Home มุมมองชีวิต 16 พฤติกรรมแย่ๆ ของคนรัก ที่ทำให้เลิกกัน

16 พฤติกรรมแย่ๆ ของคนรัก ที่ทำให้เลิกกัน

1. ไม่เห็นคุณค่า/ความสำคัญของเขา

รู้อยู่หรอกว่าแฟนเป็นคนน่ารัก ใจดี เทคแคร์ อบอุ่น เอาใจเก่ง (ที่ตัดสินใจคบก็เพราะคุณสมบัตินี้แหละ)

แต่เดี๋ยวก่อน รู้แบบนี้แล้วทำไมไม่เอ่ยคำชื่นชม/คำขอบคุณกับสิ่งที่เขาตั้งใจทำให้บ้างล่ะ

ทั้งมารับ-ส่ง ซื้อขนมมาฝาก มาดูแลย ามเจ็บป่วย สิ่งที่เขาได้รับก็มีแค่คำว่า “อืม”

หรือสีหน้าเรียบเฉย เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่อยู่แล้ว เอ่อผู้ชายก็มีหัวใจ มีความรู้สึกนะคะ ชมเขาบ้าง

สาว ๆ บางคนอาจคิดว่าดูตลกที่จะต้องคอยพูด “ขอบคุณ” ซ้ำ ๆ เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง

แต่เชื่อเถอะว่าผู้ชายที่ไหนก็ไม่เบื่อเสียงหวาน ๆ ของแฟนหรอกค่ะ ไม่ว่าเธอจะพูดซ้ำซากแค่ไหนก็เถอะ

2. เอาใจใส่เขาสุด ๆ แต่เขาไม่เห็นคุณค่าเลย

ข้อนี้ตรงกันข้ามกับข้างบน แต่สลับเพศกัน จากที่เขาเพียรเทคแคร์เธอ

คราวนี้เป็นเธอพย าย ามดูแลเอาใจใส่เขาแทน แต่ธรรมชาติคนเรา เมื่อทำอะไรลงไปแล้ว มักหวัง สิ่งตอบแทนเสมอ

แต่แฟนกลับทำเฉย ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำชมสักนิด ทำให้เธอท้อแท้สิ้นหวัง นาน ๆ เข้าก็รู้สึกโกรธหงุดหงิด

พาลอย ากหาเรื่องเลิกซะงั้น ถ้าแฟนของเธอเย็นชาทำเฉย แล้วเธอรู้สึกไม่โอเคจริง ๆ ล่ะก็ จับเข่าคุยกันอย่ างจริงจังเถอะ

การทนสะสมความโกรธ เกลียด และความเสียใจ ไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกดีขึ้น บางทีเขาอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ว่าเธอกำลัง “เอาใจ” เขาอยู่ เปิดอกคุยกันให้เข้าใจ อย่ าทำตัวเป็นผู้หญิงที่คอยรับใช้แฟน โดยที่เขาไม่เห็นคุณค่าเลยนะ

3. พิสูจน์ความรักของเขา กับเรื่องไร้สาระ

ผู้หญิงบางคนก็ชอบพิสูจน์ความรักกับแฟนในเรื่องไร้สาระ กลัวว่าคบกันแล้วจะไม่มีสีสันหรืออย่ างไรก็ไม่ทราบ

หาเรื่องขอนั่นขอนี่ ทั้งเงินสด บ้าน รถ อีกนิดก็คงขอวิญญาณแล้วล่ะค่ะ

สาว ๆ บางรายก็อาจไม่ได้ขอเป็นตัวเงิน แต่ใช้วิธีทดสอบอารมณ์ฝ่ายตรงข้ามแทน

เอะอะหาเรื่องทะเลาะ พอฝ่ายชายเริ่มจะขึ้นเสียงก็เบะปากร้องไห้ บอกว่า “ตัวไม่รักเค้าแล้วเหรอ”

ตอนแรกก็รักหรอกแม่คุณ แต่หาเรื่องทะเลาะขนาดนี้เริ่มเหนื่อยแล้วล่ะ

การพิสูจน์ความรักควรเลือกสถานการณ์ที่เหมาะสม หรือสามารถรู้ได้เองเมื่อเจอเหตุการณ์สำคัญ ๆ

เช่น เจ็บป่วยต้องเข้าโรงพย าบาล รถเสียกลางทาง ต้องให้เขาขับรถไปรับ

ไม่จำเป็นต้อง “เมค” ขึ้นมาเอง ด้วยการทะเลาะเรื่องไร้สาระ ไม่อย่ างนั้นอาจจบลงด้วยการเลิกรานะคะ

4. เมื่อเกิดการทะเลาะ เขาต้องเป็นฝ่ายผิดเสมอ

สาว ๆ บางคนยอมรับความจริงไม่ได้ เมื่อเกิดการทะเลาะ คิดเห็นไม่ตรงกัน

เรื่องเล็กขี้ปะติ๋วหรือเรื่องใหญ่แค่ไหน เขาจะต้องเป็นฝ่ายผิดเสมอ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเธอมีส่วนผิดด้วยก็ตาม

เช่น เขาเผลอชนแก้วน้ำใบโปรดของเธอแตก เธอก็ด่าว่าเขาเสียมากมาย

ทั้งที่รู้ตัวเองว่าวางไว้หมิ่นเหม่ เสี่ยงที่จะถูกชนแตกอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมรับซะอย่ างใครจะทำไม ผู้ชายนั้นถูกโยนความผิดให้

แรก ๆ ก็ยังพอรับได้ เพราะรักและยอมแฟน หรืออยู่ในช่วงโปรโมชั่นนั่นแหละ

แต่นานไปเขาจะเริ่มหงุดหงิดและโมโห ในที่สุดก็จะทะเลาะกันยิ่งกว่าเดิม บางรายอาจถึงกับลงไม้ลงมือกันเลยทีเดียว

ทางที่ดีเธอควรยอมรับผิดในส่วนที่ทำผิดจริง เรื่องไหนที่เขาผิดเต็มประตูก็ยอมปล่อย ๆ

ให้อภัยเขาบ้าง เขาจะได้รู้สึกดีและรักเธอมากขึ้นเป็นกอง

5. หมางเมิน ทำเงียบหนีปัญหา

สาว ๆ หลายคนใช้วิธี “นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว” แต่กรณีนี้ใช้ไม่ได้ หากเกิดปัญหาที่ต้องเคลียร์ให้เข้าใจค่ะ

เธอหมางเมิน เงียบ มองผ่านตัวเขาไป เหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ

ถ้าจะให้เธอยอมเอ่ยปากพูดกับเขาก่อนล่ะก็ เธอยอมนั่งมองเพดานโล่ง ๆ ทั้งวันยังจะดีซะกว่า

จำไว้ว่า ยิ่งปล่อยเวลาให้นาน ก็ยิ่งต่อกันติดย ากขึ้นเรื่อย ๆ อย่ าเงียบ อย่ าทำให้เขารู้สึกแย่เศร้าใจ

เพราะทักไปแล้วไม่ตอบ เพราะถ้าเธอยังทำเฉยชาต่อไป เขาอาจจะเซ็งแล้วปล่อยเธอไปเลยก็ได้

แล้วอย่ ามาร้องไห้ฟูมฟายทีหลังก็แล้วกัน

6. ความคาดหวังของเธอและเขา “ไม่เท่ากัน”

เธอมีสิ่งที่คาดหวังจากแฟนบ้างหรือเปล่า คนรักกัน จะหวังความใส่ใจ ความรัก จากแฟนบ้าง

ก็ไม่แปลก แต่หากคาดหวังสูงเกินไปก็ใช่ว่าจะดี ผู้หญิงหลายคนมีคติในใจว่า ถ้ามีแฟนต้องได้ทั้งบ้าน รถ เงินสด แก้ว แหวน เงินทอง

แต่เมื่อถามว่า แล้วเขาจะได้อะไรจากเธอบ้าง กลับได้คำตอบว่า “เอ้า ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายเปย์อย่ างเดียวไม่ใช่เหรอคะ

ฉันมีครอบครัว มีเรื่องยุ่งวุ่นวายตั้งเยอะที่ต้องทำ” แหมผู้ชายเขาก็มีบ้าน มีครอบครัวเหมือนกันนะเธอ

การคาดหวังในตัวอีกฝ่าย ขึ้นอยู่กับสถานะ ถ้าเป็นแฟนก็ระดับหนึ่ง ถ้าเป็นสามี-ภรรย า

ก็สูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะอยู่ในขั้นไหน ก็ควรรับและให้จากอีกฝ่ายเท่า ๆ

กัน อย่ าให้มีใครต้องได้เปรียบเสียเปรียบ จะได้ไม่เกิดเรื่องให้น้อยใจกันภายหลังค่ะ

7. ถามคำ ตอบคำ

ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบสาวเย็นชาหรอกค่ะ ถ้าเวลาออกไปเที่ยว ไปเดท

หรือแม้แต่กำลังทะเลาะกัน เขาถามอะไรเธอก็ตอบแต่ว่า อ๋อ, อืม, ใช่มั้ง, คงไม่ใช่หรอก, เหมือนหุ่นยนต์ที่พูดซ้ำไปซ้ำมา

คิดดูซิว่าจะน่าเบื่อแค่ไหน แม้เธอจะอ้างว่ายุ่งอยู่ ไม่มีเวลาคิดคำตอบประโยคย าว ๆ

แต่การคุยแบบขอไปทีเป็นมารย าทที่หย าบคาย ถึงจะพูดกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว ก็ไม่สมควรทำอยู่ดี

ถ้าแฟนของเธอพย าย ามสื่อสาร พูดคุยกับเธออย่ างดีแล้ว ก็ควรคุยกับเขาให้ราบรื่น

ถามเขาด้วยคำถามปลายเปิด ให้แสดงความเห็นบ้าง การพูดคุยนี่แหละจะทำให้เธอและเขา

เข้าใจตัวตนกันและกันมากขึ้น ถ้าเธอถามคำตอบคำบทสนทนาที่คุย

และจบลงในไม่กี่นาที เป็นแบบนี้นานเข้า เขาจะรู้สึกว่า “มีแฟนก็เหมือนไม่มี คุยอะไรก็ไม่ได้ เลิกกันเลยดีกว่า”

8. งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเอง

สาว ๆ หลายคนคงยกมือกันเพียบเมื่อมาถึงข้อนี้ กับเพื่อนก็ไม่เป็นขนาดนี้ แต่เมื่อได้อ้อนแฟน นิสัยเอาแต่ใจตัวเองก็มารัว ๆ โลกต้อง

หมุนรอบตัวเธอเท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น จะไปดูหนังก็ต้องเป็นแนวที่เธอชอบเท่านั้น

ถ้าจะกินข้าวเธอก็ต้องเป็นฝ่ายเลือกร้านเสมอ คุยเรื่องอะไรเธอก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ ห้ามขัดห้ามเถียง

ช่วงแรกที่ยังเป็นช่วงโปรโมชั่น แฟนหนุ่มของเธออาจไม่คิดอะไรมาก

ยอมตามน้ำไปก่อน แต่ถ้าเธอไม่คิดปรับปรุงนิสัย เขาจะเริ่มอึดอัด

ทั้งยังรู้สึกเสียหน้า และความเป็นผู้นำอีกด้วย เหมือนตัวเองเป็นเจ้าตูบน้อยตามเจ้าของต้อย ๆ

ในที่สุดก็จะระเบิดลงตูม ถ้าไม่อย ากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น ให้เขามีส่วนออกความเห็นบ้าง อย่ าครอบงำผู้ชายทุกเรื่องค่ะ

9. ทำให้อีกฝ่ายอับอายในที่สาธารณะ

ผู้หญิงบางคนอย ากโชว์พาว แสดงอำนาจว่าตัวเองเหนือกว่าอีกฝ่าย ข่มรัว ๆ

ด้วยการหาเรื่องทะเลาะด่าทอ ตบตี จิกหู กระชากคอเสื้อแฟนในที่สาธารณะ เช่น

กลางลานน้ำพุ กลางห้าง ที่มีแต่ไทยมุงเฝ้ามองกันอยู่ เมื่อฝ่ายชายยอมก็ได้ใจ

ทำซ้ำ ๆ ไปเรื่อยแบบนี้ไม่โอเคนะคะ อย่ าตะโกนกรีดร้อง น้ำหูน้ำตาไหลทิ้งตัวลงไปดิ้น

ทำให้แฟนอับอายในที่สาธารณะ หรือที่มีคนแปลกหน้าอยู่ด้วยเป็นอันขาด

ถ้ามีเรื่องทะเลาะจนต้องขึ้นเสียงกันจริง ๆ หาที่ส่วนตัวสองต่อสองคุยกันจะดีกว่า

หรืออย่ างน้อยที่สุด คือเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ก่อน การทำให้เขาอับอาย เสียศักดิ์ศรี

เป็นสิ่งที่หย ามเกียรติลูกผู้ชายอย่ างมาก ครั้งแรกก็พอทนได้อยู่หรอก แต่ถ้าทำบ่อย ๆ

แล้วเขาฮึดสู้ตอบขึ้นมา จะมองหน้ากันไม่ติดนะคะ

10. โกหก

สิ่งที่คู่รักไม่ควรทำอย่ างยิ่ง ย้ำว่า “อย่ างยิ่ง” คือการโกหก สาว ๆ บางคนไม่กล้าพูดความจริง

จะทำของแตกหรือไปเที่ยวดึก ๆ กลัวแฟนรู้ ก็ขอบอกความจริงครึ่งเดียวแล้วกัน

(มันก็คือการโกหกนั่นแหละ) ผู้ชายบางคนอารมณ์ร้อน

เธอกลัวบอกความจริงแล้วจะโดนโมโหตะคอกใส่นี่นา เหตุผลในการปิดบังความจริงนั้นมีมากมาย

นอกจากจะกลัวแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งคือ “อวดเก่ง” ทั้งที่ใจจริงตัวสั่นงันงก

แต่ขอให้ได้ยิ้มหวานอวดแฟนไว้ก่อน ถ้าแฟนจับไม่ได้ก็แล้วไป

 

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขารู้ความจริงล่ะก็ เขาจะไม่มีวันเชื่อใจเธออีกเลย หยุดโกหกซ้ำไปซ้ำมา

แล้วเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับความจริงได้แล้ว เชื่อเถอะว่าการพูดความจริงแค่ครั้งเดียวแล้วจบ

ดีกว่าปั้นเรื่องโกหกไปเรื่อย ๆ เป็นไหน ๆ

11. ไม่กล้าเผชิญปัญหา, เปลี่ยนประเด็นเวลาทะเลาะกัน

เมื่อเจอหัวข้อที่ต้องถกเถียงกัน เธอจะหลีกเลี่ยงหรือเบี่ยงประเด็นเสมอ แบบนี้ไม่กล้าเผชิญปัญหานี่นา ความรักคือการจับมือฝ่าฟัน

เผชิญปัญหาไปด้วยกัน ถ้าเธอเอาแต่หนี หนี และหนี ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ยิ่งเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ

แฟนก็หงุดหงิดและโกรธอีกต่างหาก ความรักมีทั้งเรื่องดีและร้ า ย ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไปหรอกนะ ถ้ามีช่วงที่ต้อง

ตัดสินใจจริง ๆ ก็ต้องยอมรับและช่วยกันแก้ไขกับแฟนนะ จำไว้ว่า เส้นทางความรักที่ย าวไกล เริ่มต้นจากก้าวแรกนะคะ

12. รู้สึกหงุดหงิดได้ง่าย เมื่อเจอหน้าเขา

เคยรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิด โมโหขึ้นมาทันที เมื่อเจอหน้าแฟนไหมคะ อยู่ดี ๆ

ก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเองอย่ างไร้สาเหตุ หรือจะเรียกว่า “เหม็นขี้หน้า” ก็คงได้ แม้จะบอกเหตุผลตรง ๆ ไม่ได้

แต่ต้องมีเหตุผลลึก ๆ อยู่เบื้องหลังในใจของเธออย่ างแน่นอน เช่น ไม่ได้รักเขาแล้วไงล่ะ

แทนที่จะทำหน้าบูดหน้างอ ตะคอกใส่แฟนรัว ๆ หรือทำมารย าทแย่ใส่ผู้ชายตรงหน้าแล้วล่ะก็ กลับมานั่งคิดทบทวนก่อนว่า

ทำไมเธอรู้สึกรำคาญหน้าแฟนตัวเอง หรือถ้าใจกล้าพอก็บอกตรง ๆ ไปเลย

ว่ารู้สึกไม่พอใจที่เจอหน้าเขาอย่ างไร้สาเหตุ เพื่อคิดหาทางแก้ไขด้วยกัน

เชื่อเถอะว่าถ้าเธอได้เอ่ยปากออกไป เธอจะรู้สึกโล่งใจขึ้นเยอะ

13. แต่ละฝ่ายไม่มีเวลาส่วนตัว

ไม่ว่าใครก็ต้องการเวลาส่วนตัวกันทั้งนั้น นอกจากช่วงเวลาที่อยู่คนเดียวแล้ว

มนุษย์เราก็ต้องการ การติดต่อสื่อสาร สานสัมพันธ์กับเพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง

ไม่ใช่ตัวติดหนึบอยู่แต่กับแฟนอย่ างเดียว คู่รักที่อยู่กันได้นาน

คือคู่รักที่เว้นระยะให้กันอย่ างเหมาะสม ไม่ก้าวก่ายและล้ำเส้น ต่างฝ่ายต่างมีช่วงเวลาส่วนตัวของตัวเอง

และเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน ถ้าเปรียบเป็นวงกลม เวลาที่มีร่วมกันก็คือช่วงที่วงกลมทับกันพอดี การทำแบบนี้ทำให้ชีวิตคู่ไม่น่าเบื่อ

และอยู่ด้วยกันอย่ างมีความสุขค่ะ การที่เธอทำตัวเป็นกาวตราช้าง ติดตามแฟนไปตลอด ทำให้เขารู้สึกรำคาญได้

ถ้าเขาเป็นผู้ชายประเภทติดแฟนก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นพวกติสต์ โลกส่วนตัวสูงนั้น เขาอาจโบกมือลาเธอได้ในอีกไม่ช้า

14. ไม่ค่อยเอ่ย “คำชมเชย” อีกฝ่าย

เชื่อเถอะว่าใคร ๆ ก็ต้องการให้คนอื่นยกย่องชมเชยกันทั้งนั้น (แม้ว่าปากจะบอกว่าไม่ต้องเกรงใจก็ตาม)

จำได้ไหมว่าชมแฟนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เป็นปีแล้วหรือยัง สาว ๆ บางคนเห็นว่าการที่แฟนคอยตามใจ

เป็นสารถีรับส่ง ไปเที่ยว ไปเรียน ทำงาน ซื้อของมาฝาก ซื้อของขวัญเซอร์ไพรส์ทุกเทศกาล

เป็นหน้าที่ เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว ทำไมต้องขอบคุณด้วยล่ะ (เอ้า) ทำเอาหนุ่ม ๆ บางคนท้อแท้

หนักเข้าก็ถอดใจไม่ทำแล้ว ตั้งแต่นี้ต่อไป จงชมแฟนให้บ่อยขึ้น ทำให้เขารู้ว่าเธอยังชื่นชอบหลงใหลเขาอยู่

เขาจะได้มีกำลังใจ และทำตัวเป็นแฟนในฝันต่อไปยังไงล่ะ แผนสูงนะเนี่ยเรา

15. หงุดหงิดเมื่อเขาออกไปเที่ยวกับเพื่อน

เธอเป็นคนหนึ่งที่ทำตัว “งี่เง่า” เวลาแฟนขออนุญาตไปเที่ยวกับเพื่อนหรือเปล่าเอ่ย ยกตัวอย่ างเช่น

เมื่อแก๊งเพื่อนของเขาชวนไปปาร์ตี้ เธอก็เริ่มออกอาการงอแง เอาแต่ใจ

พูดกระฟัดกระเฟียดว่า “จะทิ้งเค้าไปหาเพื่อนเหรอ คนใจร้ า ย”

หรือทำหน้าบูดเบี้ยว ตะโกนใส่หน้าว่า “ไม่ให้ไป” ถ้าเขาออกเที่ยวกับเพื่อนทั้งวี่ทั้งวัน

ตั้งแต่เช้าจนดึกไม่เคยเห็นหน้าเลย ปล่อยให้เธอผู้เป็นแฟนสาวนั่งเหงา เปล่าเปลี่ยว เดียวดาย น่าสงสาร นั่นก็สมควรโดนด่าอยู่

แต่ถ้าปกติเขาก็เอาใจใส่และให้เวลาเธอบ่อย ๆ อยู่แล้ว การออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนชายบ้าง

ก็เป็นการผ่อนคลาย ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ เว้นระยะให้คิดถึงกันบ้าง ดีกว่าตัวติดกันตลอดเวลาแต่อึดอัดไม่มีความสุขนะคะ

16. ไม่ปรึกษาหารือกัน เรื่องอนาคตในภายภาคหน้า

ก่อนจะพูดเรื่องอนาคต ขอถามคำถามแรกก่อน ว่าพวกเธอมีแผนอนาคตที่วางไว้ร่วมกันบ้างไหมคะ

คู่รักบางคู่หลีกเลี่ยงเบี่ยงประเด็น ไม่ยอมพูดถึงเรื่องอนาคตเลย (อาจจะเพราะยังไม่แน่ใจในตัวอีกฝ่ายหรือความสัมพันธ์)

เมื่อมีเรื่องใหญ่ ๆ ต้องตัดสินใจ ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี บางคนก็ปล่อยให้แฟนตัดสินใจแทนทุกเรื่อง

เสียเปรียบรัว ๆ อย่ ากลัวที่จะปรึกษาจับเข่าคุยกันเรื่องอนาคต ถ้าเธอและเขาคบกันมานานแล้ว

และมั่นใจว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ถึงต้องเผชิญกับการถกเถียงหรือทะเลาะก็ต้องยอม เพราะไม่อย่ างนั้นก็จะไม่ได้ข้อสรุปสักที

“การพูดคุย” เป็นวิธีสื่อสารกับคู่รักที่ดีที่สุด คุยกันเถอะค่ะ จะได้เข้าใจตรงกัน ไม่ต้องเสี่ยงกับการเลิกราค่ะ

จบลงไปแล้วกับ 16 พฤติก ร ร มแย่ ๆ ที่อาจทำให้ต้องเลิกกับแฟน มีข้อไหนตรงกับเธอบ้างหรือเปล่าเอ่ย ?

 

Load More Related Articles
Load More By ผู้เขียนบทความ
Load More In มุมมองชีวิต

Check Also

คู่รักควรระวังไว้ 10 สาเหตุที่ทำให้ความรักต้องจบ

ความรักที่ผ่านมาในชีวิตแม้จะจบไม่สวยก็ถือเป็นบทเรียนสำค … …